สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

เกร็ดความรู้ > หัวใจและหลอดเลือด
Back


ส้มตำจานแซ่บช่วยลดไขมันในเลือด

         ป๊อกๆๆๆ เสียงตำกระเทียม คลุกเคล้าพริกขี้หนูเม็ดสีแดงสวย ตามด้วยมะละกอดิบ ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และที่ขาดไม่ได้คือมะเขือเทศ กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ส่งกลิ่นหอมจนต้องกลืนน้ำลายขณะยืนรอแม่ค้าเจ้าโปรด ไม่เพียงแค่รสชาติที่อร่อยจัดจ้านถูกลิ้น แต่ส้มตำยังมีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ ทั้งกระเทียม พริกขี้หนู มะเขือเทศ มะนาว และมะละกอ

          ศุภลักษณ์ ทองนุ่น นักกำหนดอาหาร รพ.กล้วยน้ำไท 1  กล่าวว่า ชีวิตรีบเร่งในแต่ละวันของหนุ่มสาวออฟฟิศ ทำให้ต้องรับประทานอะไรง่ายๆ เร็วๆ ซึ่งมักจะเป็นอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดที่ประกอบด้วยแป้งและไขมันสูง เมื่อรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ทำให้เกิดการสะสมและมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคไขมันในเลือดสูงได้

 

              

 

 

ส้มตำจานแซ่บช่วยลดไขมันในเลือด นาทีที่ 0.45

         ส่วนผสมในส้มตำนั้น มีประโยชน์สามารถช่วยลดไขมันในเลือด

1. กระเทียม มีสารอัลลิซิน ช่วยลดสังเคราะห์คอเลสเตอรอล ทำให้ผนังหลอดเลือดสะอาดขึ้น และมีสารไฟต์ช่วยลดไขมันชนิดไม่ดีในเลือด

2. พริกขี้หนู มีสารแคปไซซิน ลดการอุดตันของไขมันที่จะมาจับตัวอุดตันในเส้นเลือด

3. มะละกอ ไฟเบอร์สูง ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลและขับถ่ายสะดวกขึ้น

4. มะนาว มีสารฟลาโวนอยด์ต้านการเกิดคราบที่ก่อให้เกิดการอุดตันในผนังหลอดเลือด ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

5. มะเขือเทศ มีไลโคปีน ช่วยลดไขมันชนิดไม่ดีและอนุมูลอิสระในผนังหลอดเลือด

 

              



          "ส้มตำ" อาหารจานโปรดของคนส่วนใหญ่ เป็นอาหารที่มีส่วนประกอบหลักที่ช่วยลดไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี เช่น กระเทียมมีอัลลิซินที่เป็นสารประกอบซัลเฟอร์ที่พบมากในกระเทียม มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ใช้ในการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล ช่วยทำให้ผนังหลอดเลือดสะอาดขึ้น มีสารไดซัลไฟต์ที่ช่วยลดไขมันชนิดเลว (แอลดีแอล) ในเลือด มะละกอมีไฟเบอร์สูงช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล และยังช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก

          มะนาว ในส้มตำที่นอกจะทำให้ส้มตำรสชาติจี๊ดจ๊าดขึ้นแล้ว ยังมีงานวิจัยพบว่า สารฟลาโวนอยด์ทั้ง 2 ชนิดที่อยู่ในมะนาวสามารถช่วยต้านการเกิดคราบที่ก่อให้เกิดการอุดตันภายในผนังหลอดเลือด และยังมีสารเอสโตรเจนอย่างอ่อนที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และส่วนประกอบสำคัญอย่างพริกขี้หนูพริกมีสารแคปไซซินซึ่งมีมากอยู่ในรกของพริกที่เป็นส่วนสีขาวอยู่ตรงแกนกลางของเม็ด สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดจากการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดได้

 

              



             และที่ขาดไม่ได้ในส้มตำจานเด็ดอย่าง มะเขือเทศ ที่นอกจากจะทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้นแล้ว มะเขือเทศยังมีไลโคปีนสูงซึ่งสามารถช่วยลดไขมันแอลดีแอลได้ และจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิรด์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าไลโคปีน มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ ในผนังหลอดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคไขมันอุดตันในเลือดด้วย

 

              

          แซบ!! หากินง่าย และประโยชน์มากขนาดนี้ แต่เราก็ควรรับประทานอย่างระวัง ควรรับประทานประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ควรรับประทานส้มตำตอนเช้าเพราะ มะละกอดิบ ย่อยยาก อาหารมื้อเช้าควรเป็นมื้อที่ย่อยง่ายๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไม่รับประทานตอนท้องว่าง ควรรับประทานจานอื่นร่วมกับส้มตำด้วย เช่น ปลาดุกย่าง ไก่ย่าง น้ำตก ลาบ ฯลฯ เพื่อป้องกันยางมะละกอที่อาจไปทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารระคายเคืองได้ และมะละกอดิบค่อนข้างย่อยยากจึงควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน

          เรามักจะได้ยินว่ารับประทานส้มตำแล้วท้องเสียได้ง่าย เพราะส้มตำเป็นอาหารสดที่ไม่ผ่านความร้อน ความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกรับประทานร้านที่มั่นใจว่าแม่ค้าเลือกใช้ของสดใหม่ เช่น ถั่วลิสง กุ้งแห้ง กระเทียม ถ้าใช้ของค้างคืนอาจทำให้เกิดเชื้อราชนิดอะฟลาท็อกซิน และทำความสะอาดครกและสากสม่ำเสมอ ถึงแม้จะชอบรสชาติจัดจ้าน แต่ก็ควรระวังเรื่องปริมาณน้ำตาล น้ำปลา และพยายามเลี่ยงผงชูรสด้วย

ความเผ็ดที่มาจากสารแคปไซซินในพริก แม้จะช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด แต่มากเกินไปก็อาจทำให้เกิดการระคายเคือง และอาจเกิดแผลในกระเพาะได้ถ้ารับประทานเผ็ดมากเป็นประจำ

 



        สำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ และไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรตรวจระดับไขมันในเลือดทุกปีเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อหาปริมาณไขมันในเลือดทั้ง 4 ชนิด ไขมันแอลดีแอล,  เอชดีแอล, ไตรกลีเซอไรด์ และระดับคอเลสเตอรอล แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเริ่มตรวจระดับไขมันในเลือดทั้ง 4 ชนิดเมื่ออายุ 18-20 ปีขึ้นไปเพื่อดูปริมาณไขมันชนิดต่างๆ ที่อยู่ในเลือด และถ้าไม่พบความผิดปกติก็ควรตรวจทุกๆ 5 ปี เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูงค่า


ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก รพ.กล้วยน้ำไท  / sanook

        

        

        

        

SHARE