สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

เกร็ดความรู้ > ความดันโลหิตและน้ำตาลในกระแสเลือด
Back


รู้ทัน เข้าใจ อยู่อย่างปลอดภัยกับโรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง

          ความดันโลหิต เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายมนุษย์ ความดันโลหิตเกิดขึ้นเมื่อหัวใจบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดผ่านหลอดเลือดแดงไปยังส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ความดันจะเพิ่มขึ้นเมื่อหัวใจบีบตัว และลดลงเมื่อหัวใจคลายตัวลง โรคความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่พบในประชากรส่วนใหญ่ในโลก องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ในปี 2542 ว่าผู้ใดมีความดันโลหิตมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง

 

                

 

ความดันโลหิตสูงอันตราย 

         ความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่เมื่อหัวใจบีบ และคลายตัวแต่ความดันยังคงค้างอยู่ในหลอดเลือด ไม่ลดลงอย่างที่ควรจะเป็นซึ่งพญ. ประภาพร พิมพ์พิไล อายุรแพทย์ อธิบายว่า “การมีความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน สร้างความเสียหายแก่หลอดเลือดหลายประการ อาทิ หลอดเลือดแข็ง หลอดเลือดโป่งพอง อีกทั้งยังอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายอีกหลายโรค”    
 

               

          ความดันโลหิตสูงมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต และโรคเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง การควบคุมรักษาความดันโลหิตสูงอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญในการป้องกันโรคแทรกซ้อนที่จะเกิดกับอวัยวะต่าง ๆ ดังกล่าวคือ หัวใจวาย หลอดเลือดหัวใจตีบ โรคไตวายเรื้อรัง อัมพาต และอัมพฤกษ์   

 

           

ปรึกษาปัญหาความดันสูงในผู้ป่วยเบาหวาน ติดต่อ 02-720-7920 Hotline: 087-089-1500

สาเหตุ และอาการ

โรคความดันโลหิตสูงซึ่งเกิดขึ้นกับผู้ป่วยส่วนมาก กว่าร้อยละ 85 ไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน และมักสัมพันธ์กับประวัติในครอบครัว เราเรียกโรคความดันโลหิตสูงกลุ่มนี้ว่าเป็น Primary หรือ Essential Hypertension
 

          “ผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงแบบ Primary Hypertension นั้นไม่อาจรักษาให้หายได้ ต้องอาศัยการควบคุม ดูแลอย่างใกล้ชิดร่วมกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต” พญ. ประภาพรอธิบาย “ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งซึ่งเกิดกับผู้ป่วยส่วนน้อย ได้แก่ Secondary Hypertension หรือโรคความดันโลหิตสูงจากสาเหตุอื่น อาทิ โรคไต โรคที่เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ (ต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต) การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยาเสตียรอยด์ หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ (NSAIDs) ซึ่งหากได้รับการแก้ไขที่สาเหตุ ความดันโลหิตสูงก็จะกลับมาเป็นปกติได้โดยไม่ต้องใช้ยารักษา”
 

           โรคความดันโลหิตสูง ได้รับการขนานนามว่าเป็น “มัจจุราชเงียบ” เสมอมา ทั้งนี้เพราะส่วนมากโรคความดันโลหิตสูงมักจะไม่ปรากฏอาการเตือนใด ๆ ให้ผู้ป่วยได้ทราบเลย “ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่ค่อยทราบว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงจนกระทั่งมาพบแพทย์ด้วยความเจ็บป่วยอื่น ๆ เมื่อวัดความดันโลหิตจึงพบว่าสูง” พญ. ประภาพรเล่า “จากการสำรวจในประเทศไทยเมื่อสัก 4 - 5 ปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจำนวนมากถึงร้อยละ 20 - 30 ของจำนวนประชากร ซึ่งไม่เคยทราบเลยว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง มีผู้ป่วยเพียงส่วนน้อยที่อาจพบอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ มึนศีรษะ ตาพร่า เลือดกำเดาไหล แล้วรีบไปพบแพทย์จึงทราบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง และได้รับการรักษาเพื่อควบคุมความดันโลหิตก่อนที่จะมีอาการแทรกซ้อนของโรคขึ้น”  

        

 

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 

โรคความดันโลหิตสูงจัดเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่มีความร้ายแรง เพราะส่วนมากไม่มีทางรักษาแต่สามารถควบคุมได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และ/หรือรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
 

“ค่าความดันโลหิตเป้าหมายในคนปกติไม่ควรเกินกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งเป็นค่าที่ประเมินกันแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่หลอดเลือดมาก เมื่อไรที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์ และมีการวัดความดันซึ่งอ่านค่าได้ 120/80 หรือมากกว่าก็ต้องถือว่าความดันเริ่มจะสูงแล้ว (Pre-hypertension) แต่ยังไม่เป็นความดันสูงเต็มขั้น แพทย์จะแนะนำเรื่องการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงไปกว่านี้” 
 

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่อาจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตได้ หรือปรับแล้ว แต่ความดันไม่ลดลงตามเป้าหมาย แพทย์จึงจะพิจารณาให้ยาที่เหมาะสมต่อไปโดยมีเป้าหมายระยะสั้นอยู่ที่การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอทและเป้าหมายระยะยาวอยู่ที่การป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น

       

 

ปัจจัยที่มีผลต่อความดันโลหิต

ความดันโลหิตมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้  
   
•    อายุ เมื่ออายุมากขึ้นความดันโลหิตมักสูงขึ้น
•    เพศ ชายมักพบความดันโลหิตสูงบ่อยกว่าหญิง
•    พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม ผู้ที่บิดา มารดา มีความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากขึ้น
•    ความอ้วน และขาดการออกกำลังกาย
•    สภาวะทางอารมณ์ เช่น เครียด โกรธ เจ็บปวด เสียใจ ตื่นเต้น ส่งผลต่อความดันโลหิตทั้งสิ้น ซึ่งสามารถกลับเป็นปกติ เมื่อผ่านพ้นภาวะนั้น ๆ
•    เชื้อชาติ
•    อาหาร เช่น เกลือ และส่วนประกอบของเกลือที่อาจนึกไม่ถึง เช่น ซีอิ๊ว น้ำปลา ผงชูรส ผงฟู ก้อนซุปสำเร็จรูปมีรายงานชัดเจนว่าเกลือส่งผล โดยตรงต่อความดันโลหิต
•    บุหรี่ สุรา และกาแฟ
•    สมุนไพรบางชนิด เช่น อบเชย
•    ผลของยา เช่น ฮอร์โมนคุมกำเนิด ยากลุ่ม Non Steroid, Anti Inflammation.

 

        

พญ. ประภาพรเน้นว่า “ไม่ว่าจะอย่างไรแพทย์ก็อยากให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และออกกำลังกายซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดได้ผลแน่นอน และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคอื่น ๆ ลงไปได้อีกหลายโรค และที่ลืมไม่ได้ คือ ผู้ป่วยจำเป็นต้องหมั่นตรวจวัดความดันอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามผลการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา หรือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต”

         แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังอันตราย แต่หากคุณตั้งใจจริงที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเสียใหม่ โรคความดันโลหิตสูงก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณอีกต่อไป 

 

        

 ปรึกษาปัญหาความดันสูงในผู้ป่วยเบาหวาน ติดต่อ 02-720-7920 Hotline: 087-089-1500

ข้อมูลจาก รพ.บำรุงราษฎร์

 

เพิ่มเป็นเพื่อนใน Line กับ Naturalcodeclub

เพื่อสอบถามสินค้าและรับโปรโมชันพิเศษจาก NaturalCodeClub ได้เลยค่ะ

 

Add Line: @naturalcodeclub หรือคลิ๊กด้านล่างเลย!

Add friend with naturalcodeclub

QR code of @naturalcodeclub

        

 

SHARE