สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

เกร็ดความรู้ > ไลฟ์สไตล์
Back


ใส่ส้นสูงนานเสี่ยงกระดูกเท้าเบี้ยว

 

        "เท้า" เป็นจุดเริ่มต้นของบุคลิกภาพที่ดีมากกว่าการเดินเหินอย่างสวยงาม เพราะถ้าเราใช้เท้าในท่าที่ถูกต้องตลอดทุกย่างก้าว ย่อมจะพาไปสู่สุขภาพกายที่ดี กล้ามเนื้อผ่อนคลาย จิตใจแจ่มใส

          นายชวิศ อัศวมหาโชคชัย นักกายภาพบำบัด ได้ให้คำแนะนำการใช้เท้าให้เหมาะสม โดย ชวิศ เริ่มเล่าถึงปัญหาของเท้าส่วนใหญ่ว่าเกิดจากพฤติกรรมในวิถีชีวิตที่เร่งรีบ เสพติดเทคโนโลยีทำให้ละเลยการดูแลตัวเองหลายจุด เช่น พนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานในท่าที่ไม่ถูกต้อง สาวๆ ที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงตลอดเวลา การที่กระดูกขาสะโพกถูกกดทับผิดรูป กระดูกส่วนอื่นๆ ก็จะบิดเบี้ยวไปด้วย มีการเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อขาและสะโพกกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ที่ทำให้มีอาการปวด เท้า ไล่ไปที่หลัง คอบ่าอยู่บ่อยๆ เคล็ดลับคือระหว่างวันไม่จำเป็นต้องใส่ส้นสูงตลอดเวลา ควรเปลี่ยนใส่รองเท้าเพื่อสุขภาพเสริมรองรับแรงกระแทกจากการเดิน มีส่วนโค้งเว้ากระจายน้ำหนักให้สมดุล รองรับอุ้งเท้าเพื่อลดการปวดตึงที่ฝ่าเท้า และหากใส่รองเท้าส้นสูงเกิน3 ชั่วโมงเมื่อไหร่ควรหาโอกาสเปลี่ยนเป็นรองเท้าส้นเตี้ยเพื่อสุขภาพมาใส่ทันที

 

                  

 

          "รองเท้าที่คนทั่วไปเลือกใส่คือรองเท้าแฟชั่นไม่มีการรองรับแรงกระแทก ทำให้ปัจจุบันมีคนที่เท้ามีลักษณะแบนเยอะมาก การที่เท้าแบนนั้นมีผลให้กระดูกเท้าเบี้ยว เวลาเดินปลายเท้าจะเฉียงออกด้านข้าง ซึ่งกระดูกทั้งร่างกายนั้นเชื่อมต่อกันหมด เมื่อเบี้ยวหนึ่งที่ข้อต่อที่เชื่อมกันก็จะเบี้ยวตามไปเรื่อยๆ จากเท้า ไปถึงเข่าเมื่อเดินกระดูกจะสบกันไม่พอดี เกิดการเสียดสีและมีภาวะเข่าเสื่อมตามมา ถ้าเริ่มเกิดอาการดังกล่าวแล้วลองใส่รองเท้าที่มีความนูนที่อุ้งเท้า ไม่แข็งไม่นิ่มไป อาจจะรู้สึกเจ็บๆ เวลาเดิน ให้ถือว่าเป็นการปรับกระดูกให้ลงตัวคล้ายการดัดฟันที่ต้องใช้เวลากว่าฟันจะเคลื่อนเข้าหากันลงตัว ควรใส่รองเท้าเพื่อสุขภาพบ่อยๆ ให้เกิน 3 เดือน ก็จะเห็นผลเท้าที่เข้ารูป ยืนขาตรง หลังตรง มีบุคลิกดีมากขึ้น"

           และอีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญ นายพิษณุ ลี้ประเสริฐ นักกายภาพบำบัด กล่าวเสริมอีกว่า นอกจากการเดินแล้ว พนักงานออฟฟิศส่วนมากมีปัญหาการเสียบุคลิกภาพ เนื่องจากการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป และนั่งในท่าที่ผิดทำให้คอ หลัง สะโพกงอ ควรหาเบาะหนุนหลัง นั่งให้เท้าแตะพื้นเต็มเท้า ขาตั้งฉากตรง ข้อศอกวางบนที่พักแขนด้างข้างปรับให้อยู่ระดับเดียวกับคีย์บอร์ด หน้าจอกับสายตาควรห่างกันหนึ่งช่วงแขน และอย่าให้ขอบเก้าอี้มาชนข้อพับขา จะทำให้ปวดเมื่อยได้ และควรลุกไปยืดเส้ยยืดสายบ่อยๆ ชั่วโมงละ 5-10 นาทีปรับท่านั่งเท่านี้ก็จะทำให้การทำงานสบายขึ้น และไม่งอตัวจนเคยชิน

          หากใส่ส้นสูงอยู่ควรถอดเวลานั่งหรือหาแท่นเสริมที่หน้าเท้าให้เท้าวางในลักษณะเรียบเท่ากัน ก็จะลดอาการปวดเท้าได้ และหมั่นคลายกกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้ร่างกายยืดหยุ่น ปรับโครงสร้างร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ก็เสริมสุขภาพและบุคลิกให้ดีขึ้นตามลำดับได้

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สสส

SHARE