สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

เกร็ดความรู้ > โลกของสารอาหาร
Back


เครื่องดื่มเพิ่มพุง

เครื่องดื่มหลายชนิด ดื่มเพียงแค่ 1 แก้ว 1 ขวด หรือ 1 กล่อง ก็มีน้ำตาลเกิน 4-6 ช้อนชา ซึ่งเป็นปริมาณต่ำสุดที่แนะนำให้ทานในหนึ่งวันซะแล้วถ้าเกิดเผาผลาญไม่หมด น้ำตาลจะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมัน แล้วจะทำให้เราอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัวเลย

 

**มาดูกันสำหรับเครื่องดื่มต่างๆที่เราได้ยกตัวอย่างมานี้ มีน้ำตาลเท่าไหร่กัน

-กาแฟ 3 in 1 1 ซองเล็ก มีน้ำตาลผสมอยู่ 2.7 ช้อนชา

-กาแฟสด 1 แก้ว มีน้ำตาลผสมอยู่ 7 ช้อนชา

-น้ำผักและผลไม้ 1 ขวด (300 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลผสมอยู่ 37 กรัม หรือ 7.7 ช้อนชา

-น้ำผลไม้ผสม 1 ขวด (400 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลผสมอยู่ 10 ช้อนชา 

-น้ำอัดลม 1 กระป๋อง (325 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลผสมอยู่ 8 ช้อนชา

-เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด (100 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลผสมอยู่ 6.25 ช้อนชา

-นมเปรี้ยว 1 ขวดเล็ก (80 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลผสมอยู่ 3.6 ช้อนชา

-ชาเขียว 1 กล่อง (250 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลผสมอยู่ 3.72-7.65 ช้อนชา  

-นมรสหวาน 1 กล่อง (250 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลผสมอยู่ 1.8-2 ช้อนชา  

-นมรสช็อกโกแลต 1 กล่อง (250 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลผสมอยู่ 3-4 ช้อนชา

เห็นปริมาณแล้วก็ทำให้หลายๆคนตกใจทีเดียว แล้วอย่างนี้ การเผาผลาญล่ะจะทำยังไงถึงจะเผาผลาญหมด เราสามารถเผาผลาญน้ำตาลในเครื่องดื่มที่เราทานเข้าไปด้วยวิธีไหนได้บ้าง 

1.น้ำตาล 2 ช้อนชา เท่ากับการวิ่ง 10 นาที

2.น้ำตาล 4 ช้อนชา เท่ากับการเล่นบาสเกตบอล 20 นาที

3.น้ำตาล 6 ช้อนชา เท่ากับการกระโดดเชือก 18 นาที

4.น้ำตาล 8 ช้อนชา เท่ากับการว่ายน้ำ 32 นาที

รู้แบบนี้แล้วก็ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองกันดีกว่า หากชอบดื่มกาแฟเย็น หรือกาแฟ 3 in 1 ก็เปลี่ยนมาเป็นดื่มกาแฟร้อนแทน ส่วนใครที่คิดว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปดื่มน้ำอัดลม 0% แทน อันนี้จะทำให้คุณจะยิ่งอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ เนื่องจากความหวานที่ลิ้นจะไปหลอกสมองว่าได้พลังงานแล้วนะ แต่เมื่อไม่มีพลังงาน สมองจะสั่งให้ร่างกายทานอาหารมากขึ้น 

สุดท้ายแล้วการเลือกดื่ม "น้ำเปล่า" ที่ไม่มีน้ำตาลเลยจะดีที่สุด นอกจากจะช่วยดับกระหายได้แล้ว ยังให้ประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพอีกเพียบเลยค่ะ

 

ข้อมูลจากKapook

 

SHARE