สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

เกร็ดความรู้ > โลกของสารอาหาร
Back


15 อาการเตือน"มะเร็ง"

                   

        อาการเตือนต่อไปนี้อาจไม่บ่งชี้ว่าเป็นโรคมะเร็งเสมอไป แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณหันมาทบทวน และปรับปรุงตัวเองก่อนที่ปัยหาเล็กๆจะลุกลาม กลายเป็นเรื่องใหญ่ และกลายเป็นโรคร้ายที่ไม่พึงประสงค์ได้

 

สัญญาณเตือนที่ 1.หายใจมีเสียงหวีดหรือหายใจไม่ทัน  หนึ่งในอาการแรกของโรคมะเร็งปอด 

 

***มะเร็งปอดเกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเป็นกลุ่มก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งจะตรวจพบได้เมื่อมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก และแพร่ไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย  มะเร็งปอดจะทำลายชีวิตของผู้ป่วยได้รวดเร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง 

ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ แต่มีปัจจัยบางประการที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด เช่น 
1.บุหรี่ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดมากที่สุด ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10-30 เท่า เนื่องจากสารในบุหรี่สามารถทำลายเซลล์ปอด ทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนมวนและจำนวนปีที่สูบบุหรี่
2.การได้รับสารพิษและมลภาวะในสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่ แอสเบสตอส (asbestos)ก๊าซเรดอน (radon) สารหนู รังสี และสารเคมีอื่นๆ  รวมถึงฝุ่นและไอระเหยจากนิกเกิล โครเมียม และโลหะอื่นๆ
3.อายุ ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยทั่วไปความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหลังอายุ 40 ปี แต่ก็สามารถพบได้ในคนอายุน้อยกว่า 40 ปี
4.มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด ผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคมะเร็งปอด มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดแม้จะไม่ได้สูบบุหรี่
 
 

สัญญาณเตือนที่ 2.ไอเรื้อรังหรือเจ็บหน้าอก  มะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเม็งปอด อาจทำให้มีอาการคล้ายกับไอเรื้อรังหรือหลอดลมอักเสบได้ แต่การไอของโรคมะเร็งจะมีความแตกต่างคือ เป็นเรื้อรังหรือ เป็นๆ หายๆ นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดบางราย ยังมีอาการปวดหน้าอกลามไปยังไหล่หรือแขนอีกด้วย 

                                  

สัญญาณเตือนที่ 3.มีไข้หรือติดเชื้อบ่อย  อาการนี้อาจเป็นอาการของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำให้ไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติ และไปเบียดเบียนเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติ ทำให้ร่างกายขาดความสามารถในการต่อสู้กับเชิ้อโรค แพทย์มักตรวจพบมะเร็งเม็ดเลือขาวในผู้ใหญ่ที่ป่วยและมาพบแพทย์ซ้ำๆ ด้วยอาการไข้ ปวดเมื้อยตัว และอาการคล้ายเป็นไข้หวัดเป็นเวลานาน

 

สัญญาณเตือนที่ 4.ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีก้อนที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ภาวะต่อมน้ำเหลืองโต บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปรงในระบบน้ำเหลืองซึ่ง อาจจะเป็นอาการของโรคมะเร็ง เป็นต้นว่า ก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองโตที่ใต้รักแร้อาจเป็นอาการของโรคมะเร็งเต้านม ขณะที่ก้อนลำคอ รักแร้หรือขาหนีบที่ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บ อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

 

***โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหมายถึงภาวะที่เม็ดเลือดขาว กลายเป็นมะเร็งมีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวอย่างมากมาย จนร่างกายของเราไม่สามารถควบคุมมันได้ เซลล์มะเร็งเหล่านี้จะไปอยู่ตามอวัยวะต่างๆทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และมีภูมิคุ้มกันต่ำ เนื่องเซลล์มะเร็งเหล่านี้ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเซลล์ทั่วไป 

ปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ได้แก่

1. พันธุกรรม อุบัติการณ์ของการเกิดโรคในพี่น้องของผู้ป่วยพบสูงกว่าประชากรทั่วไป 3 เท่า ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางโครโมโซมแต่กำเนิด เช่น ดาวน์ชินโดรม จะมีอุบัติการณ์ของการเกิดโรคสูงกว่าคนปกติ

2. สารรังสี ประชากรญี่ปุ่นที่รอดชีวิตจากการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา และนางาซากิ พบว่า มีอุบัติการณ์ของการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน มากกว่าคนปกติ ถึง 30 เท่า

3. สารเคมี ผู้ป่วยที่ได้รับสารเบนซิน จะมีอุบัติการณ์ของการเกิดโรคสูงกว่าคนทั่วไป 10 เท่า นอกจากนี้ยาฆ่าแมลง ยาย้อมผม หรือน้ำยาสเปรย์ผม ก็พบอุบัติการณ์ของโรคสูงขึ้นด้วย

4. ยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดจะมีอุบัติการณ์ของการเกิดโรคสูงขึ้น

5. บุหรี่ การศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า บุหรี่สามารถเพิ่มอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันได้

 

สัญญาณเตือนที่ 5. ปวดท้องน้อยหรือปวดท้อง อาการปวดท้องเพียงอย่างเดียวอาจหมายถึงได้ทั้งภาวะพังผืดในมดลูก ซีสต์ในรังไข่ และความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์อื่นๆ แพทย์จึงมักไม่สงสัยเรื่องโรคมะเร็ง ดังนั้นคุณจึงควรขอให้แพทย์ตรวจร่างกายโดยละเอียด เนื่องจากอาการปวดและตะคริวที่ท้องน้อยหรือช่องท้อง อาจเกิดร่วมกับอาการท้องอืดซึ่งเป็นอาการของโรคมะเร็งรังไข่ได้ นอกจากนี้ การขยายตัวของม้ามในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือขาวก็อาจก่อให้เกิดอาารปวดท้องได้เช่นกัน

 

สัญญาณเตือนที่ 6. อาการเลือดออกที่ทวารหนักหรือถ่ายปนเลือด สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในกรณีนี้คือโรคริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งจะมีเลือดออกร่วมกับอาการท้องผู้ก แต่มะเร็งลำไส้ก็ทำให้เลือดออกได้เช่นเดียวกับโรคริดสีดวง ดังนั้น ต้องตรวจหาสาเหตุของเลือดโดยละเอียด

 

สัญญาณเตือนที่ 7.ท้องร่วงเรื้อรัง/ ท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ หรือการติดเชื้อมักจะหายใน 2-3 วัน แต่หากอาการท้องเสียเป็นเรื้อรังไม่หายในระยะ3-4 สัปดาห์ โดยเฉพาะมีอาการท้องร่วงสลับกับท้องผูกจะต้องตรวจโดยแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง

 

สัญญาณเตือนที่ 8.ปัญหาปัสสาวะ ผู้ชายเมื่ออายุมากขึ้นต่อมลูกหมากจะมีขนาดโตขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับปัสสาวะออกยาก ไม่พุ่ง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งเกิดจากต่อลูกหมากโต แต่ก็เป็นอาการสำคัญของมะเร็งต่อมลูกหมากเช่นกัน สำหรับสตรีปัสสาวะลำบากส่วนใหญ่เิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มีเลือดในปัสสาวะ ปัสสาวะออกแดงจางๆหรือแดงสด ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากมะเร็ง แต่เกิดจากโรคที่รักษาได้ เช่น นิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น ทั้งนี้ปัสสาวะมีเลือดปน ควรได้รับการตรวจโดยละเอียด

                       

***มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบในผู้ชาย มะเร็งต่อมลูกหมากพบได้ในวัยสูงอายุผู้ป่วยมักจะมีอาการปัสสาวะไม่ออก 

ความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้แก่

1.อายุ มะเร็งต่อมลูกหมากพบในผู้ป่วยอายุมากกว่า 50ปีขึ้นไป อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 70 ปี

2.ประวัติครอบครัว พบว่าชายที่มีพ่อ หรือพี่น้องเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่าคนทั่วไป

3.เชื้อชาติ พบไม่บ่อยในชาวเอเชียแต่พบบ่อยในอเมริกา

4.อาหาร พบว่าผู้ที่บริโภคมันจากสัตว์มากมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนผู้ที่บริโภคผักและผลไม้จะลดโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากผู้ที่สูบบุหรี่ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

 

สัญญาณเตือนที่ 9.อาหารไม่ย่อยหรือปวดกระเพาะ อาจฟังดูเป็นธรรมดาแต่ก็ช่วยให้แพทย์สั่งตรวจอัลตราซาวนด์และสามารถพบมะเร็งตับได้แต่เนิ่นๆ อีกทั้งอาการปวดเกร็งช่องท้องหรืออาหารไม่ย่อยเป็นประจำอาจแสดงถึงดรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

 

***มะเร็งลำไส้ใหญ่ ถือเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตในลำดับต้น ๆ ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด  โดยจากสถิติทั่วโลกพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ชายเป็นลำดับที่ 4  หรือ 600,000 คนต่อปี  ส่วนในผู้หญิงพบเป็นลำดับที่ 3 รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก  และพบกว่า 500,000 คนต่อปี  ซึ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่นับเป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตในลำดับที่ 4 ของผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมด รองมาจากมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งกระเพาะอาหาร 

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณลำไส้ส่วนปลาย ซึ่งแบ่งออกเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ช่วงแรก (colon) และมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนท้าย (rectum) ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุในการเกิดที่แน่ชัด  แต่พบว่าอาจมีความสัมพันธ์กับอาหารและสิ่งแวดล้อม โดยการรับประทานอาหารที่ให้พลังงาน ไขมันและน้ำตาลสูง  

ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และพบว่าในผู้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่าคนปรกติประมาณ 1.2 เท่าสำหรับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ คือ ผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปี   มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่า 2 คนขึ้นไป  เคยมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่  เคยเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง  และการสูบบุหรี่

 

สัญญาณเตือนที่ 10.เต้านมบวม แดง หรือเจ็บ อาขบ่งชี้ถึงโรคมะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ(inflammatory breast cancer) ซึ่งมีอาการบวม ร้อนที่เต้านม สีทีหัวนมเปลี่ยนไปเป็นแดงหรือม่วงก็ถือเป็นอีกหนึ่งอาการที่ควรระวังไม่ต่างจากพบรอยบุ๋มคล้ายผิวส้มที่ผิวเต้านม นอกจากนี้โรคมะเร็งเต้านามชนิดอักเสบยังก่อให้เกิดอาการอื่นๆที่หัวนม เช่น อาการคัน ผิวลอกเป็นแผ่น หรือแตกเป็นสะเก็ดได้อีกด้วย 

 

***โรคมะเร็งเต้านมเกิดจากเนื้อเยื่อของเต้านมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งซึ่งอาจจะกิดเป็นมะเร็งเต้านมที่เกิดกับท่อน้ำนม หรือมะเร็งเต้านมที่เกิดกับต่อมน้ำนม มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย ดังนั้นท่านผู้อ่านที่เป็นหญิงหรือชายควรจะตรวจเต้านมตัวเอง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งขึ้นกับ

1.อายุ

2.พันธุกรรม ประวัติการเกิดมะเร็งในครอบครัว และการเกิดมะเร็งเต้านมของตัวเอง

3.ปัจจัยของฮอร์โมน เช่นอายุเริ่มต้นของการมีประจำเดือน อายุที่หมดประจำเดือน การมีบุตร การให้นมบุตร ประวัติการใช้ยาฮอร์โมนทดแทนในวัยทอง

4.นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงในแง่พฤติกรรมเช่น ความอ้วน การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การเคยได้รับการฉายรังสี

                        

สัญญาณเตือนที่ 11.พบก้อนในร่างกาย การพบก้อนในร่างายถือเป็นเรื่องผิกปกติ ซึ่งก้อนมีทั้งที่เป็นเนิ้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น ซีสต์หรือเนื้องอกธรรมดา กับก้อนที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นมะเร็ง โดยมีตำแหน่งที่ควรระวัง ได้แก่ ก้อนบริเวณคอ รัแร้ ขาหนีบ หน้าอก สำหรับผู็ชาย ควรระวังก้อนที่อัณฑะและอวัยวะเพศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ควรหมั่นสำรวจร่างกายเป็นประจำมั้งในขณะอาบน้ำ หรือตอน่อนนอน หากก้อนนั้นไม่หายใน2-3 สัปดาห์ควรรีบปรึกษาแพทย์

 

สัญญาณเตือนที่ 12.ประจำเดือนมามากหรือปวดประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกะปริกะปรอย นี่คือสัญญาณของโรคมะเร็งที่เยื่อบุโพรงมดลูกหรือมดลูก หากสงสัยว่าอาการประจำเดือนออกมามาก มีสาเหตุแอบแฝง ควรปรึกษาแพทย์ เพื่ออัลตราซาวนด์และตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ

 

***โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่เกิดที่ปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อย มะเร็งปากมดลูกนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า HPV (Human Papilloma Virus) ภาษาไทยเรียกกันว่า ไวรัสหูด ส่วนใหญ่ติดต่อจากการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ที่มีรอยถลอกของผิวหรือเยื่อบุ ทำให้เชื้อไวรัสเข้าไปที่ปากมดลูก ปากมดลูกจึงมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือเซลล์ จากปากมดลูกปกติกลายเป็นระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลุกได้แก่

1.การติดเชื้อ HPV หรือการเป็นหูดที่อวัยวะเพศ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็งปากมดลุก

2.การสูบบุหรี่ ของการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึนสองเท่า

3.การรับประทานยาคุมกำเนิด

4.ระบบภูมิคุ้มกันของคุณสุภาพสตรี ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่ดีจะทำให้เกิดโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ง่ายจึงมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลุกเพิ่มขึ้น

5.การติดเชื้อ Chlamydia พบว่าผู้ที่ติดเชื้อ Chlamydia ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้น

6.อาหาร ผู้หญิงที่รับประทานผักและผลไม้น้อยจะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่าคนที่รับประทานผักและผลไม้

7.ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลานานจะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก

8.การมีบุตรหลายคนเชื่อว่าจะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอรฺโมนทำให้ติดเชื้อ HPV ง่าย และขาดการป้องกันการติดเชื้อ

9.ผู้ที่มีเศรษฐานะต่ำเนื่องจากเข้าถึงบริการไม่ทั่วถึง

10.ผู้ที่ได้ยา Diethylstilbestrol (DES) เพื่อป้องกันแท้ง

                      

สัญญาณเตือนที่ 13.ความผิดปกติที่เล็บ จุดหรือเส้นสีดำใต้เล็บบ่งบอกถึงอาการของโรคมะเร็งผิวหนัง ขณะที่อาการ นิ้มปุ้ม ซึ่งปลายนิ้วมือพองนูนและปลายเล็บงุ้มลงเข้าหานิ้ว อาจเป็นอาการของโรคปอด เล็บที่มีสีซีดหรือเปลี่ยนเป็นสีขาวอาจมีสาเหตุมาจากการทำงานของตับที่ลดลง ซึ่งอาจหมายถึง โรคมะเร็งตับได้

 

สัญญาณเตือนที่ 14.มีการเปลี่ยนแปลง สี ขนาด รูปร่างของไฝ ไผส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ไฝที่เกิดใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลง สี รูปร่าง ขนาด เลือดออกง่าย หากมีอาารดังกล่าว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์

 

สัญญาณเตือนที่ 15.น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ น้ำหนักคนปกติมีขึ้นและมีลง หากมีน้ำหนักลดโดยที่ไม่ได้อดอาหาร ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสอบสาเหตุ นอกจากนั้น การมีเหงื่อออกมามาก ในเวลากลางคืน อาจเป็นอาการเบื้องต้นของโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง  รวมถึงโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น วัณโรค เป็นต้น

                     

        รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมตรวจเช็กสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ หมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปกับดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และหากพบเจอสิ่งที่ผิดปกติในร่างกายอย่านิ่งนอนใจ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยแพทย์ เพื่อที่เราจะได้มีชีวิตอยู่คู่กับคนที่เรารักไปอีกนาน

Cr.คลินิกอายุรกรรม รพ.วิภาราม

SHARE