สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

เกร็ดความรู้ > โลกของสารอาหาร
Back


เช็คสัญญาณอันตราย ก่อนไตวาย!!!

          โรคไตวายเรื้อรัง เป็นมหันตภัยเงียบ เพราะผู้ป่วยด้วยโรคนี้จำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรค และเมื่อโรคนี้ลุกลามไปมากจนไม่สามารถจะทำให้ไตกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว สุดท้ายผู้ป่วยก็จะลงเอยด้วยการฟอกเลือด(hemodialysis) ซึ่งเสียคุณภาพชีวิต  เสียเวลา และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นในการรักษาโรคไตวายเรื้อรัง ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการปลูกถ่ายไตใหม่แล้วก็ตาม ก็ยังต้องจำเป็นต้องรับประทานยาที่มีราคาแพงต่อเนื่อง  บางคนโชคดีไตใหม่ทำงานอย่างราบรื่น แต่ในบางคนอาจต้องประสบกับปัญหาของไตใหม่ที่เข้ากันไม่ได้ และบางคนต้องเสียชีวิตเนื่องจากการติดเชื้อหลังจากการปลูกถ่ายไตใหม่ ดังนั้นหากเราได้ตระหนักถึงภัยอันตรายของโรคไตวายเรื้อรังนี้แล้ว จะทำให้เราเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดไตวายได้ตั้งแต่ระยะแรกๆของโรคไต      

โรคไตวายเรื้อรัง และ ไตวายเฉียบพลัน ?

      “ไตวายเฉียบพลัน” หมายถึง ภาวะไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วหรือหยุดทำงานทันที ซึ่งเกิดจาก เลือดไปเลี้ยงไตน้อยลง เช่นภาวะท้องเสียมากๆ ,เสียเลือด, ช๊อก เป็นต้น ซึ่งไตอาจจะกลับมาเป็นปกติได้ถ้าได้รับการรักษาที่เหมาะสม

     อาการทั่วๆไป เป็นอาการที่เกิดขึ้นที่อวัยวะต่างๆที่โรคมีการแพร่กระจายไป เช่น ปวดศีรษะ อาเจียน ตาพร่ามัว (จากการกระจายไปสมอง) อาการปวดกระดูก เนื่องจากเชลล์มะเร็งกระจายไปยังกระดูก เป็นต้น

      “ไตวายเรื้อรัง” หมายถึง ภาวะไตเสื่อมอย่างช้าๆต่อเนื่องทำให้ไตเกิดความผิดปกติถาวร ในกรณีที่ไตเสื่อมอย่างมาก (ไตทำงานน้อยกว่า 15% ของไตคนปกติ) จะเรียกว่า โรคไตวายระยะสุดท้าย ซึ่งในระดับนี้ไตจะไม่สามาถขจัดของเสียออกจากร่างกายได้ และถ้าไม่รักษาจะทำให้เสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น

 

*****สัญญาณอันตรายที่เป็นข้อบ่งชี้ว่าคุณอาจเป็นโรคไต*****

1.ปัสสาวะผิดปกติ   เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะและไตทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นที่ไต กระเพาะปัสสาวะจึงผิดปกติด้วย มีวิธีสังเกต ดังนี้

- ปัสสาวะขัด สำหรับผู้ที่มีอาการ ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะขัดเจ็บ ต้องออแรงเบ่ง ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะสะดุดกลางคัน เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า อาจเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือเป็นนิ่วในไต ซึ่งมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

- ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยทั่วไป หากไม่ได้ดื่มน้ำก่อนเข้านอน เมื่อนอนหลับไปแล้ว 6-8 ชั่วโมง เรามักจะไม่ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะกลางดึก ทั้งนี้เพราะกระเพาะปัสสาวะจะสามารถเก็บน้ำได้ถึง 250 ซี.ซี. แต่ในคนที่เป็นโรคไต ไตจะไม่สามารถหยุดการขับน้ำในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีน้ำออกมามากและปัสสาวะบ่อยกว่าปติ จึงมักจะตื่นขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืน

- ปัสสาวะเป็นฟองมาก ปกติเวลาที่เราปัสสาวะจะมีโปรตีนไหลปนออมาด้วย ซึ่งโปรตีนนี่เอง ที่ทำให้เกิดฟองสีขาวๆหากใครปัสสาวะแล้วมีฟองสีขาวเหมือนฟองสบุ่ออกมามากกว่าที่เคยเป็นนั่นอาจเป็นข้อบ่งชี้ว่า ไตของเราทำงานผิดปกติ เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในไตเกิดการอักเสบ ซึ่งหากเกิดร่วมกับการปัสสาวะเป็นเลือดให้สันนิษฐานได้ก่อนว่า เป็นโรคไต ควรไปพบแพทย์

- ปัสสาวะเป็นเลือด ปกติน้ำปัสสาวะของเราจะมีสีเหลืองใสหรืออาจจะมีสีเข้มขึ้นได้นิดหน่อยหากดื่มน้ำน้อย หรือจางลงได้เมื่อดื่มน้ำมาก แต่ถ้าหากปัสสาวะเป็นสีแดงคล้ายเลือดหรือสีน้ำล้างเนื้อ สีชาแก่ หรือสีเหลืองเข้ม นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่ามีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ โดยอาจจะเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มีนิ่วในไต เป็นไตอักเสบ หรือมีเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

 

2. มีอาการบวม ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตส่วนใหญ่ มักจะมีอาการบวมตามที่ต่างๆของร่างกาย เช่น อาการบวมรอบดวงตา และที่บริเวณหน้า ซึ่งอาจสังเกตได้เวลาตื่นนอน หรืออาการบวมที่เท้า สังเกตได้ในตอนช่วงบ่ายของทุกวัน หรือเมื่อทำกิจกรรมที่ต้องยืนเป็นเวลานานจะรู้สึกว่ารองเท้าที่สวมอยู่คับขึ้น ทั้งนี้ หากใช้นิ้วกดไปตรงบริเวณที่บวมแล้วมีรอยบุ๋มลงไป ให้สันนิษฐานเลยว่าเป็นโรคไต ควรไปพบแพทย์โดยด่วน

 

3.มีอาการปวด พบบ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดกระดูก และข้อโดยจะมีลักษณะ การปวดคือ รู้สึกปวดที่บั้นเอว หรือบริเวณชายโครงด้านหลัง และมักปวดร้าวไปถึงท้องน้อย ขาอ่อน หัวเหน่า และที่อวัยวะเพศ การปวดในบริเวณดังกล่าว อาจเกิดจากมีการอุดตันที่ท่อไต กรวยไตอักเสบ หรือในท่อไตมีถุงน้ำโป่งพอง

 

4. ความดันโลหิตสูง เป็นอาการสำคัญอย่างหนึ่งที่บอกให้รู้ว่าคุณมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุลจะยิ่งมีภาวะเสี่ยงมากกว่าปกติ โดยอาจจะเป็นโรคไตเรื้อรังและโรคหลอดเลือดแดงในไตตีบได้

 

5.น้ำตาลสูงหรือเป็นโรคเบาหวาน  ถือเป็นสาเหตุของโรคไตวายเรื้อรัง ระยะสุดท้ายราวๆ 30% เพราะผู้ที่เป็นเบาหวานมานานแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่หลอดเลือดของไต ทำให้ไข่ขาวออกมาในปัสสาวะ นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวานยังติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้เกิดกรวยไตอักเสบได้ หากเป็นบ่อยๆ นานๆ เข้า ก็ทำให้ไตอักเสบ ไตวาย แล้วยังมีผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูงตามมาด้วย

 

6. เหนื่่อยง่าย อ่อนเพลีย ซีด ผู้ที่เป็นโรคไต ถ้าเป็นน้อยๆ มักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อเป็นมากขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หากเป็นมากๆ ใกล้เป็นไตวายเรื้อรังจะเพิ่มอาการซีด คันตามตัว เบื่ออาหาร เป็นต้น

       

              โรคชนิดนี้เกิดจากพฤติกรรมการกินเป็นสำคัญ ดังนั้น หากไม่อยากเป็นโรคไต ควรหันมาใส่ใจในเรื่องอาหารการกิน โดยพยายามงดหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัดและอาหารที่มีไขมันสูง ลดการดื่มแอลกอฮอล์ หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  สำหรับใครที่มีอาการผิดปกติในข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่จะเรื้อรัง

 

 

Cr.ศูนย์ไตเทียม รพ.วิภาราม

SHARE