สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

เกร็ดความรู้ > โลกของสารอาหาร
Back


ไขมันในเลือดสูง เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน

     โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นโรคเดียวกัน และเป็นโรคหัวใจที่พบบ่อยมากในปัจจุบัน และมันทำให้มีโอกาสหัวใจวายเฉียบพลันได้

โดยสาเหตุเกิดจากมีภาวะแข็งตัวของผนังหลอดเลือดแดง (Arteriosclerosis) คล้ายๆ กับสนิมที่เกาะอยู่ภายในผนังท่อน้ำ นานๆ เข้าก็ทำให้ท่อตัน แต่การแข็งตัวของผนังหลอดเลือดนั้นเกิดจากมีการสะสมของไขมันและหินปูน รวมทั้งเซลล์ต่างๆ ที่ผนังหลอดเลือดแดงชั้นในสุด

      จากข้อมูลสถิติขององค์การอนามัยโลกในปี พ.ศ.2553 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือด หัวใจเป็นจำนวนถึง 7.2 ล้านคนหรือคิดเป็น 12.2 % ของสาเหตุการตายทั้งหมด สำหรับอัตราการตายจาก โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดสมองในไทยประมาณปี ละ 37,000 ราย เปรียบเทียบกับในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีผู้ป่วยใหม่ที่เป็น Acute MI มากกว่า 1 ล้านคนต่อปี ประมาณว่า คนอเมริกามีอุบัติการณ์ Acute MI ทุก 25 วินาที (1)

ในระหว่างปี พ.ศ.2548-2552 คนไทยป่วยเป็น โรคหัวใจต้องนอนโรงพยาบาลวันละ 1,185 รายต่อวัน โดยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดประมาณ 470 รายต่อวัน เสียชีวิตชั่วโมงละ 2 คน

       ภาวะไขมันในเลือดสูง  (Hypercholesterolemia) 

     ภาวะไขมันในเลือดสูง นี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) อันจะนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดได้ ซึ่งนับเป็นโรคร้ายอีกชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ประชากรไทยเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ คือติดอันดับ 3 รองจากมะเร็ง และเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งอัตราการเสียชีวิต อันดับที่ 2 และ อันดับที่ 3 ล้วนมีสาเหตุหลักจากการที่ร่างกายมีภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยหลัก 

น่าแปลกที่ภัยเงียบนี้ไม่ได้รับการพลักดันให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนอย่างกว้างขวาง และผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง บางท่านไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตนเองมีความเสี่ยง ในระดับที่เป็นอันตรายถึงชีวิต หรือหากโชคดี ก็เป็นเพียงอัมพฤต หรืออัมพาต 

 

หากเราสามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ ก็จะสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองตีบได้เป็นอย่างมาก

      

 

ชนิดของไขมันในเลือด 
ไขมันในเลือดที่สำคัญมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ไขมันโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และ ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) โดยทั่วไปในการตรวจไขมันในเลือดจะตรวจสารต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. โคเลสเตอรอล (Cholesterol)
 เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้ขึ้นเองจากตับและลำไส้   หรือได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป  อาหารที่มาจากพืชจะไม่พบโคเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบ  แต่จะพบมากในไขมันสัตว์  ปริมาณไขมันขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร โคเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อร่างกาย  โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง แต่หามมีไขมันโคเลสเตอรอลมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายเช่นกัน  ซึ่งไขมันเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง  หลอดเลือดหัวใจ  ฯลฯ ทำให้เกิดเส้นเลือดแข็งตัว และการตีบตันของหลอดเลือด  ในอนาคตจะเป็นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณโคเลสเตอรอล และ มีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น  ความดันโลหิตสูง  ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความอ้วน และการไม่ออกกำลังกาย เป็นต้น

เรายังแบ่งไขมันโคเลสเตอรอลได้ย่อยๆ  อีกที่สำคัญ 2 ชนิด คือ 
  1.1  เอชดีแอล (High density lipoprotein-HDL) มีหน้าที่นำโครเลสเตอรอลจากกระแสเลือดไปทำลายที่ตับ ดังนั้นถ้าระดับ HDLในเลือดสูง จะทำให้อัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบน้อยลง HDL จะสูงได้จากการออกกำลังกาย ระดับปกติในเลือดผู้ชายมากกว่า 40 มิลลิกรัม /ต่อเดซิลิตร ผู้หญิงมากกว่า 50 มิลลิกรัม /ต่อเดซิลิตร

  1.2  แอลดีแอล (Low density lipoprotein-LDL) หากมีไขมันชนิดนี้ในเลือดสูง ก็จะไปเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดพอกหนาขึ้น จนความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไป หลอดเลือดจะตีบแคบลง ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวก จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดตีบตันได้มาก 
ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 130 มิลลิกรัม /ต่อเดซิลิตร

2. ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) เป็นไขมันชนิดหนึ่งเกิดจากการสร้างขึ้นเองในร่างกายจากน้ำตาล และแป้งหรือ จากอาหารที่รับประทานเข้าไป  มีความสำคัญทางด้านโภชนาการหลายประการ นับตั้งแต่ให้พลังงาน ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และ เค  ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องอยู่นาน นอกจากนี้ร่างกายยังเก็บสะสมไตรกลีเซอไรด์ไว้สำหรับให้พลังงานเมื่อมีความต้องการ อย่างไรก็ตาม การมีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงหรือพบว่าสูงในคนที่มี โคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว เชื่อว่ามีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบมากขึ้น ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 150  มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ค่าปกติ 50 – 150 mg/dl)

สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง
  - กรรมพันธุ์
  - การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์
  - โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์ และโรคของต่อมหมวกไตบางอย่าง
  - โรคตับ โรคไตบางชนิด
  - ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ฮอร์โมนเพศ(ยาคุมกำเนิด) เป็นต้น
  - การตั้งครรภ์
  - การดื่มแอลกอฮอล์
  - ภาวะขาดการออกกำลังกาย

 

                                                                                                  ศึกษา Lochole เพิ่มเติม     สั่งซื้อ Lochole

ปรึกษาปัญหาไขมันในเลือดสูง ติดต่อ 02-720-7920 Hotline: 087-089-1500

 

การตรวจ LDL-c สำคัญอย่างไร

        การตรวจค่า LDL-c สามารถบ่งชี้ถึงอันตรายและความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ(coronary heart disease, CHD) และสมอง ที่ส่งผลให้หัวใจขาดเลือดและเกิดอาการแสดงต่างๆ ตามมาจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการวัดค่า LDL-c และนำไปสู่การแก้ไขจึงเป็นเป้าหมายหลัก ในการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง และเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอย่างแรกในการลดระดับไขมันในเลือด

 

ตรวจบ่อยแค่ไหน

        การตรวจ LDL-c ควรเริ่มตรวจในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังตารางที่ โดยทั่วไปในผู้ใหญ่สุขภาพดีตรวจทุก 5 ปี และควรติดตามผล LDL-c หลังจากนั้นขึ้นกับปริมาณที่วัดได้ และความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด หากมีความเสี่ยงควรมีการตรวจติดตามประมาณทุกๆ ครึ่งเดือน ถึง 3 เดือน และขึ้นกับดุลพินิจการแพทย์ผู้รักษา

 

ค่า LDL-c แปลผลอย่างไร

        การวัดค่า LDL-c สามารถวัดได้จากการคำนวณ (calculated, calc.) จากผลของการวัดค่าไขมันทั้งหมด ที่ผ่านการงดอาหารก่อนเจาะเลือด 12 ชม. [สามารถทานน้ำได้ปกติ] คือ ไขมันรวม (total cholesterol: TC), ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides:TG) และ ไขมันชนิดดี (high-density lipoprotein cholesterol: HDL-c) แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ค่าการตรวจไตรกลีเซอไรด์ ต้องไม่สูงเกินกว่า 400 mg/dL มิฉะนั้นผลการตรวจ LDL-c จากการคำนวณผิดพลาดได้ ซึ่งคำนวณจาก LDL = TC - (HDL + TG/5)
        แต่หากมีค่าไตรกลีเซอไรด์ สูงเกินกว่า 400 mg/dL หรือ ต้องการตรวจเฉพาะ LDL-c เท่านั้น สามารถตรวจได้โดยตรงที่เรียกว่า Direct-LDL-c โดยไม่ต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือด

      

จะทำอย่างไรถ้าไขมันในเลือดสูง
          ถ้าตรวจพบว่าระดับไขมันในเลือดสูง ควรมีการควบคุมปริมาณไขมันในเลือด โดยการปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

  1. การควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไขมันสัตว์ สมองสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเล เช่น หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง เป็นต้น ควรจำกัดไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน (ดูจากตารางปริมาณโคเลสเตอรอลในอาหารแต่ละชนิด) 
  2. ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วนเกินไปโดยจำกัดอาหารประเภทแป้ง - ข้าวต่าง ๆ ขนมหวาน
  3. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์เร่งการสะสมไขมันตามเนื้อเยื่อ
  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน อาหารทอด เจียว ควรใช้น้ำมันจากพืชแทนน้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็อดอกทานตะวัน ซึ่งมีกรดไลโนเลอิก เป็นตัวนำโคเลสเตอรอลไปเผาผลาญ ซึ่งจะช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง
  5. ควรเพิ่มอาหารพวกผักใบต่าง ๆ และผลไม้บางชนิดที่ให้ใยและกาก เช่น คะน้า ผักกาด ฝรั่ง ส้ม เม็ดแมงลัก และอื่น ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับกากใยมากขึ้น กากใยเหล่านี้จะช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง
  6. รักษาโรคที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์ โรคตับ โรคไต และอื่น ๆ
  7. หยุดยาที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมันในเลือด หรือเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่น ๆ แล้วแต่ความเหมาะสม
  8. การออกกำลังกาย จะช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด และเพิ่มระดับของ HDL ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง ครั้งละ 20 - 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 - 4 ครั้ง สำหรับการออกกำลังกายที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของปอดและหัวใจ คือ การเดินเร็ว จ๊อกกิ้ง เต้นรำ การขี่จักรยาน แต่ถ้ามีอาการของโรคหัวใจอยู่แล้ว หรือมีอายุมากกว่า 40 ปี ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนว่า การออกกำลังกายแบบใดจึงจะเหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประโยชน์โดยไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ
  9. จัดหาอาหารเสริมสำหรับลดไขมันในเลือดที่ มีคุณภาพสามารถลดไขมันได้อย่างมีนัยสำคัญ ผ่าน อย.

10.  ใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งจะต้องใช้ร่วมกับการควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และลักษณะนิสัยในการดำเนินชีวิตของตนเองด้วยนะ

 

  ศึกษา Lochole เพิ่มเติม     สั่งซื้อ Lochole

ปรึกษาปัญหาไขมันในเลือดสูง ติดต่อ 02-720-7920 Hotline: 087-089-1500

 

 

Cr: siamhealth/ phyathai.com/ นายแพทย์เกรียงไกร เฮงรัศมี

 

 

เพิ่มเป็นเพื่อนใน Line กับ Naturalcodeclub

เพื่อสอบถามสินค้าและรับโปรโมชันพิเศษจาก NaturalCodeClub ได้เลยค่ะ

 

Add Line: @naturalcodeclub หรือคลิ๊กด้านล่างเลย!

Add friend with naturalcodeclub

QR code of @naturalcodeclub

                            

 

 

 

SHARE