สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

เกร็ดความรู้ > เทคนิคการออกกำลังกาย
Back


7 สิ่งที่ต้องเจอ เมื่อเลิกออกกำลังกายกะทันหัน หยุดแค่ไม่กี่วันก็เสี่ยงแล้ว

        เราทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งดีต่อสุขภาพในทุก ๆ ทาง แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากเราเคยออกกำลังกายอยู่เป็นประจำแล้วกลับหยุดออกกำลังกายไปเสียดื้อ ๆ ก็สามารถสร้างผลเสียให้กับสุขภาพได้อย่างคาดไม่ถึงเลยเชียวล่ะ อย่างเช่นที่เราหยิบมาบอกเล่ากันในวันนี้ แม้ในอดีตคุณจะเป็นคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักแบบสม่ำเสมอ และควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดมากแค่ไหน แต่ถ้าจู่ ๆ คุณเลิกออกกำลังกายแบบกะทันหัน และไม่ยอมควบคุมการรับประทานอาหาร แค่เพียง 1-2 สัปดาห์ ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในด้านลบก็จะเกิดขึ้นได้ในแบบที่คุณอยากจะรีบกลับไปออกกำลังกายแทบไม่ทันเลยเชียวล่ะ

 
เลิกออกกำลังกาย

 1. หิวง่ายและบ่อยขึ้น

          โดยปกติแล้วหลังจากเรารับประทานอาหาร บรรดาน้ำตาลที่ได้จากอาหารจะถูกแปลงเป็นพลังงานในการสร้างเสริมและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ หรืออวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงจนเกินไป และยิ่งถ้าเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ น้ำตาลในเลือดก็จะถูกจัดสรรไปใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากอยู่ดี ๆ คุณเลิกออกกำลังกายละก็ น้ำตาลในเลือดจะเกิดการผกผัน เพราะในขณะที่คุณยังกินเหมือนเดิม แต่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลออกไปได้หมดทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ส่งผลทำให้คุณอ่อนเพลียง่ายและหิวง่ายขึ้นค่ะ
 
 2. เหนื่อยง่ายกว่าเดิม

          การหยุดออกกำลังกายเพียง 1-2 สัปดาห์ ก็สามารถทำให้คุณกลับมาเหนื่อยง่ายได้ เผลอ ๆ จะเหนื่อยง่ายกว่าก่อนจะเริ่มออกกำลังกายด้วย นั่นก็เป็นเพราะว่าเมื่อคุณหยุดออกกำลังกาย ความสามารถของร่างกายในการดึงออกซิเจนในเลือดส่งไปให้กล้ามเนื้อก็จะเริ่มลดลง ยิ่งทิ้งระยะในการออกกำลังกายไปนานเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและเมื่อยล้าได้ง่าย เรียกได้ว่ากว่าคุณจะกลับมาฟิตเหมือนเดิมก็ต้องใช้เวลากันอีกนานเลยล่ะค่ะ

 3. ความดันโลหิตสูง

          การออกกำลังกายช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ และในทางกลับกัน ถ้าหากคุณหยุดออกกำลังกายไปเพียงแค่ 1-2 สัปดาห์ ระบบไหลเวียนเลือดจะเริ่มทำงานช้าลง ส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ 

 4. กล้ามเนื้อเริ่มย้วย ไขมันเริ่มเผละ

          ใครที่คิดว่าหลังจากออกกำลังกายอย่างหนักจนมีกล้ามเนื้อที่ดูฟิต แอนด์ เฟิร์มแล้ว ถ้าหยุดออกกำลังกายไป กล้ามเนื้อก็คงไม่ได้หายไปไหน ขอบอกว่าคุณกำลังคิดผิดมหันต์ เพราะกล้ามเนื้อหากไม่ได้รับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะเริ่มลีบลง และจะถูกแทนที่ด้วยไขมันสะสมที่เกิดจากการกินอาหารแล้วไม่ยอมเบิร์นออก ไม่ต้องแปลกใจเลยถ้าคุณหยุดออกกำลังกายแล้วทำไมตัวคุณถึงดูย้วย ๆ ก็กล้ามเนื้อหายไปหมด จะเฟิร์มได้ยังไงล่ะ


เลิกออกกำลังกาย

 5. เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า

          ข้อดีของการออกกำลังกายไม่ได้มีแค่เพียงในเรื่องของสุขภาพกาย แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพใจด้วย และถ้าหากคุณหยุดออกกำลังกาย นอกจากร่างกายจะเสื่อมถอยลงแล้ว ก็อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย เพราะเวลาที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินและออกซิโทซินออกมาทำให้คุณอารมณ์ดีและผ่อนคลายขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดได้ แต่ถ้าหากคุณหยุด ร่างกายก็จะต้องรับมือกับฮอร์โมนความเครียดอย่างหนัก และส่งผลกระทบให้คุณเริ่มรู้สึกแย่ลง การนับถือตัวเองก็จะน้อยลงไปด้วย และในที่สุดก็จะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าโดยที่คุณไม่รู้ตัว 

 6. มีอาการคล้ายคนเลิกยาเสพติด  

          ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่การที่คุณเลิกออกกำลังกายผลที่ได้รับไม่ต่างจากการเลิกยาเสพติดเลยล่ะค่ะ โดยการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่า การเลิกออกกำลังกายหลังจากที่คุณออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงติดต่อกันทุกวัน จะส่งผลให้คุณนอนไม่หลับ มีอาการเจ็บหรือปวดตามร่างกายแบบไม่มีสาเหตุ และต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


เลิกออกกำลังกาย

 7. อ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว

          แน่นอนว่าสิ่งนี้ต้องเกิดขึ้นแน่ถ้าคุณหยุดออกกำลังกาย ความอ้วนที่คุณอุตส่าห์ผลักไสออกไปด้วยการออกกำลังกายจะคืบคลานกลับมาหาคุณอย่างรวดเร็ว เพราะคุณไม่ได้เบิร์นสิ่งที่คุณกินออกไป ทำให้ถูกสะสมกลายเป็นไขมันทั่วร่างกาย อีกทั้งยังพ่วงมากับความเสี่ยงโรคที่เกิดจากความอ้วนด้วยล่ะ 

          เห็นผลเสียจากการหยุดออกกำลังกายกะทันหันกันไปแค่เพียง 1-2 สัปดาห์ แล้วใช่ไหมล่ะคะ นอกจากจะทำให้ความพยายามที่ทำมาตั้งนานเสียไปแล้ว ก็ยังส่งผลต่อสุขภาพเพียบเลย ฉะนั้นใครที่คิดจะเลิกออกกำลัง หลังจากออกกำลังกายมานาน ด้วยเพราะไม่มีเวลาหรือเพราะรู้สึกเหนื่อย อย่าเพิ่งเลิกแบบทันทีทันใด แนะนำให้ลองเปลี่ยนมาออกกำลังกายแบบเบา ๆ สลับกันดู หรืออาจจะไม่ต้องออกกำลังกายจริงจังแบบเมื่อก่อนมากนัก แค่เพียงแทรกการออกกำลังกายเบา ๆ เข้าไปในชีวิตประจำวัน เช่น เปลี่ยนจากการขึ้นลิฟต์เป็นการใช้บันได หรือหันมาเดินทางด้วยจักรยาน และใช้วิธีเดินในกรณีที่จุดหมายอยู่ไม่ไกล เท่านี้ก็จะทำให้ร่างกายของคุณได้ออกกำลังกายอยู่เสมอ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
prevention.com 
cheatsheet.com 
livestrong.com

SHARE